Saturday, September 28, 2013

ไขมันในเลือดสูง กับ ดรากอนไทเกอร์









ภาวะ ไขมันในเลือดสูง ปัจจุบันพบได้ในคนที่มีอายุน้อยลงจากการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง ทำให้มีคอเลสเตอรอลสูง โดยไม่รู้ตัวตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นหรือหนุ่มสาว ดังนั้นเพื่อความเข้าใจเรื่องไขมันในเลือด ได้แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
1. ไขมันไม่ดี ถ้ามีปริมาณมากจะเป็นโทษต่อร่างกายได้แก่ คอเลสเตอรอลรวม ไตรกลีเซอไรด์ แอลดีแอล คอเลสเตอรอลไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานซ์
2. ไขมันที่ดี จะช่วยป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคหลอดเลือดตีบตัน ที่สำคัญคือ เอชดีแอลคอเลสเตอรอล และไขมันไม่อิ่มตัว

ไขมันในเลือดมีอะไรบ้าง?
การตรวจหาระดับไขมันในเลือดที่สำคัญมี 4 ชนิด ได้แก่
1. คอเลสเตอรอลรวม ค่าปกติไม่ควรเกิน 200 มก./ดล. มีประโยชน์ต่อร่างกายใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของผนังเซลล์สมองเส้นประสาท สร้างฮอร์โมน และน้ำดี ร่างกายได้รับคอเลสเตอรอล 2 ทาง คือสร้างจากตับและจากการบริโภคอาหารไขมันที่มาจากสัตว์

2. แอลดีแอล คอเลสเตอรอล
(LDL-C) ค่าปกติไม่ควรเกิน 130 มก./ดล. เป็นไขมันที่เป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดตีบตัน ถ้าสูงกว่า 160 มก./ดล.จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น

3. เอชดีแอล คอเลสเตอรอล
(HDL-C) ค่าปกติมากกว่า 50 มก./ดล. เป็นไขมันที่ดีโดยนำไขมันไม่ดีหรือแอลดีแอลที่สะสมตามผนังหลอดเลือดกลับคืน สู่ตับเพื่อเผาผลาญเป็นน้ำดี แล้วขับออกทางอุจจาระไขมันชนิดนี้จะเพิ่มสูงมากขึ้นในผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำ เสมอลดน้ำหนักเลิกสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่มีค่าไขมันชนิดนี้สูงยิ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพและผู้ที่มีค่าต่ำกว่า 35 มก./ดล. จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดตีบตัน

4.ไตรกลีเซอไรด
์ (Triglyceride) ค่าปกติไม่ควรเกิน 150 มก./ดล. เป็นไขมันไม่ดีที่ได้จากกินอาหารไขมันโดยตรง และสร้างขึ้นที่ตับ จากอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล โปรตีนและแอลกอฮอล์ที่บริโภคมากเกิน ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ และเก็บสะสมไว้ที่ชั้นใต้ผิวหนังในพุงของชายหรือต้นแขน ต้นขา ตะโพกของผู้หญิง ถ้ามีไขมันชนิดนี้สูงมากจะทำให้ตับอ่อนอักเสบได้ และจะเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยทำให้ไขมันไม่ดีไปสะสมในผนังหลอดเลือดแดงได้เร็วขึ้น

ภาวะไขมันในเลือดสูงอันตรายอย่างไร?
ในระยะแรกจะไม่มีอาการใดๆ แต่เมื่อไขมันสะสมพอกหนาเป็นเวลานานหลายปีจนหลอดเลือดแดงตีบตัน ทำให้อวัยวะสำคัญขาดเลือดไปเลี้ยง มีอาการอันตรายและก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจวาย หรือเสียชีวิตเฉียบพลัน การกำหนดค่าของไขมันในเลือดมี ดังนี้

ชนิดไขมันในเลือด
มก./ดล.
ระดับปกติ
เริ่มสูง
สูง
คอเลสเตอรอลรวม
น้อยกว่า 200
200 -239
มากกว่า240
แอลดีแอล คอเลสเตอรอล
น้อยกว่า 130
130-160
มากกว่า160
ไตรกลีเซอไรด์
น้อยกว่า 150
150-199
มากกว่า200
เอชดีแอล คอเลสเตอรอล
ระดับที่ต้องการ
ระดับที่ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือด
มากกว่า50
มากกว่า 60


อาการที่บ่งบอกว่าไขมันในเลือดสูง ที่สังเกตได้ คือ
มีผื่นเหลืองที่ผิวหนัง เช่น หนังตา ข้อศอกฯ
เอ็นร้อยหวายหนาตัวปกติ
มีเส้นวงสีขาวเกิดขึ้นระหว่างขอบตาดำกับตาขาว

ใครบ้าง..ที่ควรตรวจหาระดับไขมันในเลือด
เมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจปีละครั้ง
อายุ 35 ปีขึ้นไป และมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจขาดเลือด สูบบุหรี่เป็นประจำ มีโรคเรื้อรังหรืออ้วน ควรรับการตรวจเลือดซ้ำทุก 6 เดือนหรือตามแพทย์นัด การเตรียมตัวก่อนเจาะเลือดในตอนเช้า ให้งดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง ให้ดื่มน้ำเปล่าได้เล็กน้อย ใน 1 อาทิตย์ก่อนมาตรวจเลือดให้หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง ค่าไขมันที่วัดได้เป็นจำนวนมิลลิกรัมต่อเลือด 100 มิลลิลิตร หรือมก./ดล.

ปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง?…ที่เป็นสาเหตุของไขมันในเลือดสูง
1. ความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ ทำให้ร่างกายมีความบกพร่อง ในการเผาผลาญไขมันผิดปกติ
2. พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง
3. อ้วน ขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่ และความเครียด
4. เป็นผลจากการเป็นโรคอื่นมาก่อน เช่น ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย โรคเบาหวาน โรคไต โรคพิษสุราเรื้อรัง ฯ


หลักการรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง
1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผู้ที่เริ่มมีระดับคอเลสเตอรอลสูงไม่มาก ในระยะแรกให้ควบคุมอาหาร เพิ่มการออกกำลังกายและลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ การควบคุมอาหารอย่างเดียวมักจะลดระดับไขมันในเลือดได้ผลน้อย
2. การรักษาด้วยยา ผู้ที่ควบคุมแล้วไม่ได้ผลหรือมีปัจจัยเสี่ยง แพทย์จะให้ทานยาลดไขมันควบคู่กับการบริโภคอาหารให้ถูกต้อง ควรทานยาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องหลายปี และควบคุมให้มีไขมันอยู่ในระดับต่ำนาน 5 ปีขึ้นไป จึงจะได้ประโยชน์จากยาในการลดโอกาสเกิดโรค และชะลอการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจ

หลักการควบคุมและป้องกันคอเลสเตอรอลในเลือดสูง
การบริโภคอาหารอย่างถูกต้อง เป็นรากฐานสำคัญของการป้องกัน และรักษาภาวะไขมันสูงในเลือด ดังนั้นต้องมีความตั้งใจจริงที่จะปฏิบัติให้ได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่
1. ได้รับคอเลสเตอรอลจากอาหารไม่เกิน 300 มก.ต่อวัน โดย เลือกบริโภคเนื้อสัตว์ที่มีคอเลสเตอรอลน้อยกว่า 100 มก. ได้แก่ เนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมันและหนังหรือลดเนื้อสัตว์แล้วเพิ่มโปรตีนถั่วเหลือง เลือกดื่มนมไขมันต่ำหรือนมถั่วเหลือง และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง

รายการอาหารที่สุกแล้ว
ในอาหารหนัก 100 กรัม
ปริมาณโคเลสเตอรอล
จำนวนอาหาร
ไข่ไก่-ไข่เป็ด-ไข่นกกระทา
548-884-844
2-2-11 ฟอง
กึ๋นไก่-ตับไก่-ตับเป็ด
187-631-740
8-10-10 ชต.
หมู : หัวใจ-ปอด-ตับ-ไต
221-387-355-480
อย่างละ10 ชต.
หมู :ไส้-ลิ้น-กระเพาะ-สมอง
143-146-276-2552
10-10-8-10 ชต.
เนื้อล้วนๆ :ไก่-เป็ด-วัว-หมู
89-89-86-93
อย่างละ10 ชต.
ปู-กุ้ง-ปลาหมึกหลากชนิด
100-195-224 ถึง 260
10-8-10 ชต.
ปลา : ช่อน-ดุก-ตะเพียน
47-58-84
อย่างละ 8 ชต.
ปลา : เก๋า-กะพง-อินทรีย์
47-50-93
8-8-10 ชต.
ปลา:ทู-กระบอก-/ไข่ปลาต่างๆ
57-60-/374
8-8 ชต. -/10 ชช.
หอย:แมลงภู่-แครง-นางรม
56--67-100
15 ตัว-15 ตัว-4 ตัว

2. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เพราะทำให้ไขมันไม่ดีในเลือดสูงขึ้น พบมากในหนังไขมันเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ (เบคอนไส้กรอก ฯ) กะทิ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม หลีกเลี่ยงอาหารทอด และเลือกบริโภคปลาเนื้อขาวซึ่งมีไขมันต่ำกว่า 5%
หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ ซึ่ง เป็นไขมันอันตราย ถ้าบริโภคมากจะทำให้ไขมันแอลดีแอลเพิ่มขึ้นและลดไขมันเอชดีแอลที่เป็นไขมัน ดี ไขมันทรานส์ พบได้ใน เบเกอรี่ ขนมกรุบกรอบสำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูป เนยเทียม เป็นต้น

3. ใช้น้ำมันดีในการปรุงอาหาร เลือ กไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งมีกรดไขมันไลโนเลอิกจะช่วยลดไขมันแอลดีแอลและลดคอเลสเต อรอลโดยทำให้การเผาผลาญคอเลสเตอรอลที่ตับเพิ่มขึ้น ควรได้รับกรดไขมันไลโนเลอิกร้อยละ 7 ของพลังงานที่ได้รับ หรือวันละ 2–3 ช้อนโต๊ะ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด ฯ การผัดหรือทอดควรใช้ความร้อนที่ไม่สูงมากหรือไม่ให้ถึงจุดเกิดควัน บริโภคปลาทะเลสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เนื่องจากมีกรดไขมันโอเมก้า 3 และดีเอชเอ ซึ่งช่วยลดไขมันชนิดไม่ดี และควรปรุงด้วยวิธีต้มหรือนึ่ง

4. ลดและควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยบริโภคอาหารในปริมาณพอควรต่อมื้อ โดยลดปริมาณแป้งข้าว 1 ใน 3 แล้วเพิ่มผักและถั่วชนิดต่างๆเข้าไปแทนส่วนที่ลดลง

5. เลือกบริโภคอาหารชนิดที่มีใยอาหารสูงมากๆ วันละ 4-5 ทัพพี เลือกผักและผลไม้รสหวานน้อยชนิดที่มีใยอาหารสูง เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง ถั่วเขียว ข้าวโพดอ่อน แครอท ถั่วฝักยาว เม็ดแมงลักฯ จะช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด โดยใยอาหารจะจับกับคอเลสเตอรอลในลำไส้เล็กทำให้ถูกดูดซึมได้น้อย

6. ออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง ครั้งละประมาณ 20-30 นาที เลือกชนิดกีฬาที่ทำได้อย่างสม่ำเสมอ 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ เช่นเดินเร็ว วิ่ง เต้นแอโรบิก ฯ ทำให้ไขมันชนิดดีเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 5

7. หลีกเลี่ยงและรู้จักผ่อนคลายภาวะเครียด ควรนอนให้เพียงพอทุกวัน และออกกำลังแบบตะวันออก เช่น ไทเก๊ก โยคะหรือฝึกหายใจช้าๆ เป็นประจำ

8. เลิกสูบบุหรี่ และไม่หายใจเอาควันบุหรี่มือสอง จะทำให้ไขมันชนิดดี เพิ่มมากขึ้นหลังเลิกสูบบุหรี่ใน 1 สัปดาห์

9. ลดและเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

10. รักษาโรคเรื้อรัง ที่ทำให้ระดับไขมันในเลือดสูงและควบคุมโรคให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี